Untitled Document
Username
Password
      
  •  สมัครสมาชิก 
  •  ลืม Password
  • ขอ LoginID ละ Password
       
     
    ชื่อ/นามสกุล/ชื่อเล่น รุ่นที่
    สาขาวิชา
    ความชำนาญ/เชี่ยวชาญพิเศษ
     
    ชื่อบริษัท
        
       ขอแก้ไขข้อมูลสมาชิก
    ข้อมูลธุรกิจสมาชิก

      สัมภาษณ์พิเศษ บอร์ดการรถไฟแห่งประเทศไทย
     


    Q ก่อนอื่นขอทราบประวัติการศึกษาของอาจารย์ พอสังเขป ครับ อาจารย์สำเร็จการศึกษาจากที่ไหนบ้างครับ?

    A พี่จบมัธยมปลายจากโรงเรียนระยองวิทยาคมและได้โค้วตาช้างเผือกมาเรียนที่วิศวะลาดกระบัง ที่เลือกเรียนวิศวกรรมโยธาก็เนื่องมาจาก พี่ชอบสร้างสรรค์งานวิศวกรรมขนาดใหญ่ ตอนนั้นพี่เชื่อว่าการก่อสร้างอะไรที่มีขนาดใหญ่เป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับอาชีพวิศวกรมาก เวลาผ่านไปเนื้อหาที่เรียนและความรู้ที่มีสอนอยู่ในหลักสูตรก็ยิ่งตอกย้ำให้ความเชื่อของพี่มีมากขึ้น หลังจากจบวิศวะลาดกระบังรุ่นที่ 29 หลังจากเรียนจบก็ได้มีโอกาสไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยจบปริญญาโทด้านวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อมจาก University of Wisconsin-Madison ส่วนที่ Massachusetts Institute of Technology(MIT)พี่จบปริญญาโทด้านนโยบายและการจัดการเทคโนโลยี และปริญญาเอกด้านวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม


    Q และต้องขอแสดงความยินดีกับอาจารย์ที่ได้รับเลือกเป็นกรรมการบอร์ดของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่สร้างชื่อเสียงให้กับสถาบันฯคนหนึ่ง อยากให้อาจารย์กล่าวถึงความรู้สึกหลังได้รับตำแหน่งนี้ว่ารู้สึกอย่างไรบ้างครับ?

    A ก่อนอื่นก็ต้องบอกว่าวิศวะลาดกระบังเป็นสถานที่ที่สร้างบุคคลกรให้มีความสามารถ โดยปูพื้นฐานเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาตนเอง สังคมและประเทศชาติ และยิ่งอาชีพวิศวกรของเรานั้นเป็นอาชีพที่ต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญมีความรอบคอบและมีความรับผิดชอบต่อสังคมมาก ก็อยากจะขอขอบคุณสถาบันฯที่สอนสิ่งสำคัญเหล่านี้กับพี่ และหลังจากที่พี่ได้รับตำแหน่งกรรมการ(บอร์ด)รถไฟแห่งประเทศไทยพี่ภูมิใจมากเพราะสถาบันฯของเราเองก็มีความผูกพันกับรถไฟมาอย่างยาวนาน ตอนเรียนพวกเราก็ใช้บริการรถไฟกัน มาเรียนและออกไปเที่ยวกันเป็นหลัก เพราะตอนนั้นมอเตอร์เวย์ยังไม่มี ตอนนี้ได้มีโอกาสมาดูแลการรถไฟแห่งประเทศไทยด็จะทำงานนี้ให้ดีที่สุดและนำความรู้ความสามารถและประสบการณ์มาพัฒนากิจการรถไฟของประเทศไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น พี่ก็จะทำงานในฐานะของศิษย์เก่าของสถาบันและฐานะของกรรมการรถไฟให้ดีที่สุด


    Q ท่านอาจารย์จบการศึกษามาทางด้านวิศวกรรมโยธา และนอกจากเป็นศิษย์เก่าลาดกระบังที่ต้องนั่งรถไฟไปเรียนทุกวันแล้ว อาจารย์มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องการรถไฟหรือไม่ อย่างไร?

    A ไม่ใช่เพียงแต่พี่เท่านั้น ที่มีความผูกพันกับรถไฟในสมัยก่อนปู่ย่าตายายของเราใช้การเดินทางโดยรถไฟเป็นหลักก็เรียกได้ว่ารถไฟนั้นมีความผูกพันกับคนไทยมาอย่างยาวนานเป็นร้อยปี โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงริเริ่มกิจการรถไฟเป็นประเทศแรกในทวีปเอเซียเพื่อการขนส่งและติดต่อกันของประชาชนไทยในภูมิภาคต่างๆเชื่อหรือไม่ว่าเรามีหัวจักรดีเซลใช้ก่อนประเทศใดๆในเอเชีย แต่น่าเสียดายสิ่งที่การรถไฟไทยขาดไป นั่นก็คือการพัฒนาโดยเฉพาะการขยายเส้นทางและการปรับปรุงบริการให้ประชาชนให้ได้รับความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการเดินทางซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก อีกทั้งปัจจุบันเทคโนโลยีก็ได้ก้าวหน้าไปมากในฐานะที่พี่เป็นวิศวกรก็ตั้งใจว่าจะสร้างสรรค์และเติมเต็มในสิ่งที่รถไฟไทยยังขาดอยู่ เป็นโอกาสดีที่พี่ได้เข้ามาอยู่ในตำแหน่งที่จะสามารถดูแลและกำกับการทำงานของรถไฟได้ อีกทั้งคณะกรรมการของ รฟท. ทุกท่านก็เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถเชี่ยวชาญในด้านต่างๆกัน เชื่อว่าการพัฒนารถไฟของไทยให้เทียบเท่าประเทศที่พัฒนาแล้วคงจะไม่ใช่สิ่งที่ไกลเกินไป


    Q อาจารย์คิดว่ารถไฟมีผลต่อระบบเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันอย่างไรบ้างครับ?

    A เราไม่สามารถปฏิเสธได้ถึงความก้าวหน้าที่โลกเรากำลังเผชิญอยู่ หรือที่เรียกกันว่ายุคโลกาภิวัตน์ สิ่งที่ทำให้โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงไปมาก นั่นคือความรวดเร็วในทุกๆด้านการเคลื่อนไหวของทุกสิ่งทุกอย่างในโลกมีความเร็วมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น ข้อมูล ข่าวสาร เงินทุน ผู้คน สินค้า และอื่นๆอีกมากซึ่งการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วนี้เองทำให้โลกนี้มีขนาดเล็กลงทำให้ทุกประเทศต้องมีการปรับตัว เพื่อการอยู่รอด เมื่อมองถึงเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันก็ต้องยอมรับว่า กำลังเผชิญกับปัญหาพลังงานอย่างหนัก เราไม่สามารถหาน้ำมันในประเทศใช้เองได้ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ ประกอบกับราคาน้ำมันในตลาดโลกขณะนี้สูงขึ้นทำสถิติสูงสุดรายวัน สูงขึ้นไปกว่า119เหรียญสหรัฐต่อบาเรล ทำให้ที่ผ่านมาในช่วงสองเดือนแรกของปีนี้ ดุลการค้าของไทยขาดดุลหลายพันล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ แม้เราจะมีข้อได้เปรียบจากช่วงนี้ที่ราคาข้าวสูงขึ้น แต่ประเทศไทยใช้พลังงานที่นำเข้ากว่าร้อยละ70ในภาคขนส่งเป็นหลัก ทั้งขนส่งคนและขนส่งสินค้า ในประเทศที่พัฒนาแล้วมีการใช้พลังงานเพื่อการอุตสาหกรรมเพื่อสร้างรายได้จากสินค้าอุตสาหกรรมมากกว่าใช้ในภาคขนส่ง เพราะฉะนั้นการปรับเปลี่ยนระบบขนส่งมาเป็นระบบราง สามารถสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้มากกว่า และยังสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบเศรษฐกิจไทยด้วย แต่ผ่านมาร้อยกว่าปี ระยะทางของรถไฟไม่ได้เพิ่มขึ้นเท่าที่ควรเลย ภาคการขนส่งก็ไม่สามารถพัฒนามาใช้ระบบรางได้อย่างเต็มที่เพราะเราไม่ได้เตรียมความพร้อมไว้ เขาก็เลยยังใช้รถยนต์ขนส่งกันตามเดิม แต่ที่ผ่านมาได้มีการศึกษาถึงเส้นทางที่จะขยายให้ทั่วประเทศ แต่ยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากการรถไฟแห่งประเทศไทยยังมีปัญหาอีกมากที่ต้องเร่งแก้ไขโดยเฉพาะปัญหาการขาดทุน และหากมองในภาพกว้างเราก็คงจะไม่พัฒนาเพียงแค่ในบ้านเรา แต่เรายังมีแผนที่จะร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อการพัฒนาระบบราง ส่งสินค้าจากไทยไปเวียดนาม ลาว กัมพูชา และเข้าไปที่หระเทศจีน แผนนี้มีอยู่แล้วและรัฐบาลกำลังเร่งเพื่อให้เกิดขึ้นจริง ภายใต้แผนความร่วมมือในการพัฒนาประเทศลุ่มแม่น้ำโขง หรือ GMSนอกจากนี้ยังมีโครงการแลนด์บริดจ์ที่มีการนำระบบรางเชื่อมระหว่างสองฝั่งทะเลมาใช้แทนที่การขุดคอคอดกระ ซึ่งหากสามารถทำได้ก็จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคได้ไม่ยากแน่นอน ส่วนภาคชุมชนทุกที่ที่มีรถไฟผ่านก็จะเกิดชุมชนอย่างลาดกระบังเราก็มีรถไฟผ่าน หากมีเส้นทางที่เพิ่มขึ้นก็จะสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่นั้นๆด้วย

    ส่วนในภาคของการบริการประชาชน เป็นหน้าที่รัฐอยู่แล้วที่ต้องพัฒนาระบบขนส่งมวลชน พี่มองว่าที่ผ่านมาแม้เราจะมีการส่งเสริมให้ประชาชนใช้บริการขนส่งสาธารณะแต่ขณะเดียวกันเราต้องขยายเส้นทางเพื่อรองรับความต้องการด้วยและต้องการกระจายเส้นทางไปทั่วประเทศ


    Q แล้วรถไฟรางคู่จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องเปลี่ยนขนาดของรางหรือไม่ครับ ในความเห็นของอาจารย์?

    A แน่นอนครับ การพัฒนาระบบรางต้องสร้างเป็นรางคู่ ปัจจุบันรถไฟไทยมีรางคู่ไม่ถึง10เปอร์เซ็นเท่านั้น ทำให้การเดินทางไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรเพราะขบวนรถไฟต้องรอหลีกกัน ทำให้ล่าช้าเพราะรถไฟต้องจอดรอนานกว่าที่จะวิ่ง หากมีรางคู่เกิดขึ้นจะทำให้รถไฟเพิ่มความเร็วเฉลี่ยได้มากขึ้น และการเดินทางที่จะรวดเร็วขึ้นด้วย ส่วนจะต้องมีการขยายรางหรือไม่ก็ต้องมีการศึกษาอย่างรอบคอบต้องดูปัจจัยหลายๆอย่างประกอบกันเพื่อตัดสินใจ


    Q หันมามองอนาคตของการรถไฟของประเทศไทยแล้ว อาจารย์คิดว่าเป็นอย่างไรบ้างครับ จะพัฒนาไปในทิศทางใด จะมีโอกาสพัฒนาเหมือนประเทศอื่นๆไหมครับ?

    A หากมองถึงปัญหาของรถไฟตอนนี้ก็ยอมรับว่ามีปัญหาไม่น้อย ทั้งเรื่องการบริหารจัดการและการให้บริการกับประชาชน ในส่วนของการบริหารจัดการพี่มองว่าแม้ว่าจะมีปัญหามายาวนานแต่เชื่อว่าเราจะสามารถจัดการกับปัญหาเหล่านั้นได้หากแก้ให้ถูกจุด ส่วนการให้บริการประชาชน เป็นปัญหาสำคัญในอันดับต้นๆที่ รฟท.ต้องแก้ไข ต้องเรียกความมั่นใจของประชาชนกลับมา และรถไฟไทยต้องมีการพัฒนาและพี่เชื่อว่าหากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมมือกันเราก็จะสามารถพัฒนารถไฟให้เหมือนกับประเทศอื่นๆได้แน่นอนครับ เราเห็นตัวอย่างจากประเทศที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว เลือกเฉพาะสิ่งที่เราเห็นว่าเหมาะสมกับบ้านเรานำมาพัฒนา และเรียนรู้ในความล้มเหลวเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นกับการพัฒนารถไฟในบ้านเรา


    Q และสุดท้ายนี้อาจารย์มีข้อคิดอะไรฝากถึงน้องๆเกี่ยวกับการทำงานอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ บ้างครับ?

    A พี่อยากจะบอกว่า การทำงานมันมีทั้งอุปสรรคและความยากลำบาก พี่อยากจะให้น้องๆมีความอดทน การทำงานคือความท้าทายในชีวิต และที่สำคัญไม่ว่าน้องๆจะทำงานอะไรทุกๆงานมีคุณค่าในตัวของมันเอง และผู้ที่ทำงานที่มีคุณค่านั้น ต้องเห็นคุณค่าของงานด้วย งานทุกอย่างจึงจะออกมาดี งานทุกงานจะเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ทุกคนประสบความสำเร็จในชีวิต และเมื่อน้องๆถึงจุดๆหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในชีวิตแล้ว อย่าลืมที่จะตอบแทนสังคมและผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเราด้วย

     
     
    วันที่บทความ :  30 มิ.ย. 2551             ที่มา : ชงโคสาร / ผศ.ดร สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์
    [ กลับหน้ารายการบทความทั้งหมด ]
    [ กลับหน้ารายการกลุ่มบทความ ]
     
     
    Untitled Document
     
    www.kmitl.ac.th/smo_eng/ สโมสรนักศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล.
     
    www.kmitl.ac.th/smo_con/ สโมสรนักศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ส่วนต่อเนื่อง สจล.
     
    Untitled Document
    หน้าแรก|เกี่ยวกับสมาคม|ข่าวกิจกรรม|บทความ|เว็บบอร์ด|รายงานการประชุม|ปฏิทินกิจกรรม|สนับสนุนกิจกรรมสมาคม|ติดต่อสมาคม

    สมาคมศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

    King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang Engineering Alumni Association
    ทีตั้ง : 3 หมู่ 2 ชั้น 2 อาคารสมาคมศิษย์เก่าสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง ถ.ฉลองกรุง ลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520
    โทรศัพท์ : 02-3264667 โทรสาร : 02-3264668 ติดต่อเว็บมาสเตอร์