Untitled Document
Username
Password
      
  •  สมัครสมาชิก 
  •  ลืม Password
  • ขอ LoginID ละ Password
       
     
    ชื่อ/นามสกุล/ชื่อเล่น รุ่นที่
    สาขาวิชา
    ความชำนาญ/เชี่ยวชาญพิเศษ
     
    ชื่อบริษัท
        
       ขอแก้ไขข้อมูลสมาชิก
    ข้อมูลธุรกิจสมาชิก
      มองแต่แง่ดีเถิด     การงาน


    เขามีส่วน       เลวบ้าง      ช่างหัวเขา
    จงเลือกเอา      ส่วนที่ดี      เขามีอยู่
    เป็นประโยชน์     โลกบ้าง     ยังน่าดู
    ส่วนที่ชั่ว      อย่าไปรู้      ของเขาเลย

    จะหาคน      มีดี      โดยส่วนเดียว
    อย่ามัวเที่ยว 
         ค้นหา      สหายเอ๋ย
    เหมือนเที่ยวหา  หนวดเต่า
     ตายเปล่าเลย
    ฝึกให้เคย 
         มองแต่ดี      มีคุณจริง ฯ

     
    อันการงาน      คือค่า      ของมนุษย์
    ของมีเกียรติ      สูงสุด      อย่าสงสัย
    ถ้าสนุก      ด้วยการงาน      เบิกบานใจ
    ไม่เท่าไหร่      รู้ธรรม      ช่ำซึ่งจริง

    ตัวการงาน
      คือตัวการ  ประพฤติธรรม
    ถ้าจะเปรียบ
          ก็เหมือนคน      ฉลาดยิง
    นัดเดียววิ่ง
         เก็บนก     หลายพกเอย ฯ

    ติดตำรา จะติดตัง   มองถูก คลายทุกข์

    จงรักษา
           ดวงใจ       ให้ผ่องแผ้ว
    อย่าทิ้งแนว       การถือ       คือเหตุผล
    อย่าถือแต่       ตามตำรา       จะพาตน
    ให้เวียนวน       ติดตัง       นั่งเปิดดู

     อย่าถือแต่
         ครูเก่า   เฝ้าส่องบาตร
    ต้องฉลาด       ความหมาย       สมัยสู
    อย่ามัวแต่       อ้างย้ำ       ว่าคำครู
    แต่ไม่รู้       ความจริง       นั้นสิ่งใด

    อย่ามัวแตู่้        ถือตาม     ความนึกเดา
    ที่เคยเขลา       เก่าแก่       แต่ไหน ๆ
    ต้องฉลาด       ขูดเขลา       ปัดเป่าไป
    ให้ดวงใจ       แจ่มตรู       เห็นลู่ทาง ฯ
     
    มองอะไร       ให้เห็น       เป็นครูสอน
    มองไม้ขอน      หรือมองคน     ถ้าค้นหา
    มีสิ่งสอน       เสมอกัน       มีปัญญา
    จะพบว่า       ล้วนมีพิษ       อนิจจัง

    จะมองทุกข์
          หรือมองสุข     ดูให้ดี
    ว่าจะเป็น       อย่างที่      เรานึกหวัง
    หรือเป็นไป       ตามปัจจัย       ให้ระวัง
    อย่าคลุ้มคลั่ง   จะมองเห็น  เป็นธรรมดา

    มองโดยนัย
           ให้มันสอน       จะถอนโศก
    มองเยกโยก     มันไม่สอน    นอนเป็นบ้า
    มองไม่เป็น       จะโทษใคร       ที่ไหนมา
    มองถูกท่า    ทุกข์ก็คลาย  สลายเองฯ
    ความสุข   ความอยาก

    ความเอ๋ย
           ความสุข
    ใคร ๆ ทุก       คนชอบเจ้า       เฝ้าวิ่งหา
    “แกก็สุข       ฉันก็สุข       ทุกเวลา”
    แต่ดูหน้า       ตาแห้ง       ยังแคลงใจ

    ถ้าเราเผา       ตัวตัณหา       ก็น่าจะสุข
    ถ้ามันเผา       เราก็”สุก”     หรือเกรียมได้
    เขาว่าสุข       สุขเน้อ!      อย่าเห่อไป
    มันสุขเย็น     หรือสุกไหม้    ให้แน่เอยฯ
     
    อันความอยาก   จะระงับ      ดับลงได้
    นั้นมิใช่      เพราะเรา        ตามสนอง
    สิ่งที่อยาก        ให้ทัน         ดั่งมันปอง
    แต่เพราะต้อง       ฆ่ามัน   ให้บรรลัย

    ให้ปัญญา      บงการ    แทนร่านอยาก
    ความร้อนไม่       มีมาก     อย่าสงสัย
    ทั้งอาจผลิต        กิจการ     งานใดๆ
    ให้ล่วงไป            ด้วยดี       มีสุขเย็น ฯ
    สิ่งที่รู้จักยากที่สุด   ทำดี ดีแล้วเป็นพร

    สิ่งรู้จัก       ยากที่สุด       กว่าสิ่งใด
    ไม่มีสิ่ง       ไหนไหน       ได้ยากเท่า
    สิ่งนั้นคือ       ตัวเอง       หรือ ตัวเรา
    ที่คนเขลา       หลงว่า       รู้จักดี
       

    ที่พระดื้อ       เณรดื้อ       และเด็กดื้อ
     ไม่มีรื้อ       มีสร่าง       อย่างหมุนจี๋
      เพราะความรู้       เรื่องตัวกู       มันไม่มี
       หรือมีอย่าง       ไมีมี       ที่ถูกตรง

    อันตัวกู       ของกู       ที่รู้สึก
    เป็นตัวลวง       เหลือลึก       ให้คนหลง
     ส่วนตัวธรรม       เป็นตัวจริง       ที่ยิ่งยง
    หมดความหลง    รู้ตัวธรรม    ล้ำเลิศตนฯ

     


         ทำดี ดีแล้ว เป็นพร ไม่ต้อง อ้อนวอน
               ขอพร กะใคร ให้กวน

    พรที่ ให้กัน ผันผวน เป็นเหมือนลมหวน
           อวลไป อวลมา อย่าหลง

     พรทำ ดีเอง มั่นคง
    วันคืนยืนยงซื่อตรง ต่อผู้ รู้ทำ

    อยากรวย ด้วยพร เพียร
     บำ- เพ็ญบุญ กุศลนำ
            ให้ถูก ให้พอ ต่อตน

    ทุกคน เกิดมา เป็นคน ชั่วดีมีจน
    เป็นผล แห่งกรรม ทำเอง
     ถือธรรม เชื่อกรรม ยำเกรง บาปชั่ว กลัวเกรง
     ทำแต่ กรรมดี ทวีพรฯ

    ความแก   ตาบอดตาดี
       
    ความแก่หง่อม    ย่อมทุลัก    ทุเลมาก
    ดั่งคนบอด     ข้ามฝาก     ฝั่งคลองหา
    วิธีไต่ ไผ่ลำ       คลานคลำ      มา
    กิริยา      แสนทุลัก      ทุเล      แล
          ถ้าไม่อยาก

    ให้ทุลัก      ทุเลมาก
    ต้องข้ามฝาก      ให้พ้น       ก่อนตนแก่
    ก่อนตามืด      หูหนวก      สะดวกแท้
    ตรอกให้แน่     แต่เนิ่น ๆ    รีบเดินเอยฯ
     
    หมู่นกจ้อง     มองเท่าไร     ไม่เห็นฟ้า
    ถึงฝูงปลา     ก็ไม่เห็น     น้ำเย็นใส
    ไส้เดือนมอง     ไม่เห็นดิน     ที่กินไป
    หนอนก็ไม่     มองเห็นคูถ     ที่ดูดกิน


    คนทั่วไป     ก็ไม่     มองเห็นโลก
    ต้องทุกข์โศก     หงุดหงิด     อยู่นิจสิน
    ส่วนชาวพุทธ   ประยุกต์ธรรม   ตามระบิล
    เห็นหมดสิ้น     ทุกสิ่ง     ตามจริงเอยฯ
    การงานทำให้ชีวิตสดใส   ให้เขาเถิด

    อันการงาน      นั้นประเสริฐ      ตรงที่สนุก
    ยิ่งทำงาน      ยิ่งเป็นสุข      ทุกสถาน
    ทำชีวิต      ให้สดใจ      ใจเบิกบาน
    ในการงาน      ประจำวัน      นั่นเองนา

    เมื่ออย่างนี้      มีแต่คน      วิวลจิต
    เย็นสนิท      ดวงใจ      ไร้โทสา
    เกิดสังคม      ที่อุดม      ด้วยเมตตา
    อยากเรียกว่า      ธัมมิกะ      สังคมนิยม

    ผลของงาน      ล้นเหลือ      เผื่อแผ่ทั่ว
    สัตว์ทุกตัว      ใหญ่น้อย      พลอยสุขสม
    ทั้งเมืองเล็ก      เมืองใหญ่    ได้ชื่นชม
    โลกระดม      สุขวาง      ทางนิพพาน
     
    เขาอยากดี
          เท่าไร    ให้เขาเถิด
    ไม่ต้องเกิด
             แข่งดี        มีแต่เสีย
    ริษยา
          คือทุรกรรม        ทำให้เพลีย
    ทั้งลูกเมีย  พลอยลำบาก
      มันมากความ

    เขาอยากเด่น
        เท่าไร  ให้เขาเถิด
    จะไม่เกิด
            กรรมกะลี       ที่ซ่ำสาม
    มุทิตา
            สาธุกรรม        ทำให้งาม
    สมานความ
            รักใคร่        เป็นไมตรี

    เขาอยากดัง
         เท่าไร    ให้เขาเถิด
    ช่วยชูเชิด
        ให้ประจักษ์   ด้วยศักดิ์ศรี
    ให้ดังก้อง
           ท้องฟ้า      อย่างอสนี
    ต่างฝ่ายมี
         ผลงาม   ตามเรื่องตน ฯ
    เป็นอยู่ด้วยจิตว่าง   เผาตัวเอง

         จงทำงาน   ทุกชนิด   ด้วยจิตว่าง
     ยกผลงาน   ให้ความว่าง   ทุกอย่างสิ้น
     กินอาหาร  ของความว่าง อย่างพระกิน
     ตายเสร็จสิ้น    แล้วในตัว    แต่หัวที

    ท่านผู้ใด    ว่างได้    ดังว่ามา
    ไม่มีท่า    ทุกข์ทน     หม่นหมองศรี
    ศิลปะ     ในชีวิต     ชนิดนี้
    เป็นเคล็ดที่    ใครคิดได้   สบายเอย ฯ
     
    ร้ายอะไร     ไม่ร้ายเท่า     จะเอาดี
    เป็นธุลี     จับจิต     เกิดริษยา
    ชิงดี     อวดเด่น     เห็นออกมา
    ตัวกูจ้า     บ้าคลั่ง     สังเวชใจ

    สร้างนรก     เป็นที่อยู่     เพราะเหตุนี้
    "ตัวกูดี     ตัวกูเด่น"     เห็นหรือไม่ ?
    กลัวหมดดี     จุดจี้     ให้เกิดไฟ
    "เผาตัวเอง"     ต่อไป     เศร้าใจเอย.



    Untitled Document
     
    www.kmitl.ac.th/smo_eng/ สโมสรนักศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล.
     
    www.kmitl.ac.th/smo_con/ สโมสรนักศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ส่วนต่อเนื่อง สจล.
     
    Untitled Document
    หน้าแรก|เกี่ยวกับสมาคม|ข่าวกิจกรรม|บทความ|เว็บบอร์ด|รายงานการประชุม|ปฏิทินกิจกรรม|สนับสนุนกิจกรรมสมาคม|ติดต่อสมาคม

    สมาคมศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

    King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang Engineering Alumni Association
    ทีตั้ง : 3 หมู่ 2 ชั้น 2 อาคารสมาคมศิษย์เก่าสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง ถ.ฉลองกรุง ลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520
    โทรศัพท์ : 02-3264667 โทรสาร : 02-3264668 ติดต่อเว็บมาสเตอร์